วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หนังสือ!

ถ้าเราลองเปรียบความรักเหมือนกับหนังสือ..คุณจะเปรียบมันอย่างไร??

สำหรับผม..ก่อนอื่นเราต้องรักในการอ่านหนังสือเสียก่อน เมื่อเรามีความรักในการอ่านเราก็จะมีความตั้งใจ
หลังจากนั้น เราจะเลือกอ่านหนังสือที่เราสนใจ แนวหนังสือที่ชอบ อ่านแล้วมีความสุข...แต่ที่สำคัญหนังสือเล่มนั้นต้องดีและน่าอ่าน! เราจะอ่านหนังสือเล่มโปรดเล่มนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจบเล่ม เมื่อวันใดที่เราอ่านมันจนหมดในวันใดวันนึง หรือ หนังสือเล่มนั้นยิ่งอ่านไปอ่านไปแล้วมันหมดสนุก..เราก็จะทิ้งหนังสือเล่มนี้ไป แล้วหาหนังสือเล่มใหม่มาอ่านแทน!!!

หนังสือที่อ่านแล้วประทับใจ หรือ คุณรู้สึกว่ามันมีค่ากับคุณ คุณจะรักษาหนังสือเล่มนี้ไว้เป็นอย่างดี ไม่ให้หนังสือเล่มนี้มีรอยยับ หรือมีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว..ในทางกลับกัน..ถ้าอ่านไปแล้ว คุณรุ้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่น่าสนใจ...คุณก็จะวางมันไว้ซักที่ ที่ที่บางทีคุณก็จำไม่ได้ว่าวางมันไว้ตรงไหน จนฝุ่นเกาะจับ! (ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกคุณเลือกแล้วว่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้!)

อย่างไรก็ตาม หนังสือที่คุณเลือกที่จะอ่าน คุณก็เพียงเลือกดูจากปกหนังสือ. ชื่อเรื่อง. หรือเนื้อหาเพียงเล็กน้อย..ว่ามันน่าสนใจหรือไม่? ...เฉกเช่นเดียวกับการที่เรามองคนและตัดสินคนจากภายนอกเช่นเดียวกัน!~ หรือเลือกที่จะคบใครสักคนนึงโดยที่เรามองเค้าที่หน้าตา การแต่งตัว และบุคลิก ของคนคนนั้นเป็นสิ่งแรก....

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

ระบาย

1.ทำไมเราถึงต้องแคร์คนอื่น ทำไมเราถึงไม่แคร์ตัวเราเอง ทำไมเราต้องทำให้ตัวเราเองเสียใจ แล้วทำไมคนที่เราแคร์ถึงไม่เห็นค่าในตัวเรา สุดท้าย..เราจึงไม่มีค่า เพราะแม้แต่ตัวเรา เรายังไม่รัก ไม่แคร์ แล้วจะให้ใครมาเห็นค่าของเรา !!!! (สัจธรรม)


2.ทำไม ทำไม ทำไม..คำถามเกิดขึ้นมากมายด้วยคำว่า ทำไม.. แต่คุณรู้มั้ย มันช่างเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ หาคำตอบได้ยาก...บางครั้งมันก็ยังเป็นบ่อเกิดแห่งความทะเลาะเบาะแว้ง ความเทุกข์ ความเศร้า และสิ่งที่ทำให้มนุษย์เราไม่มีความสุขอีกมากมาย... ฉะนั้น พยายามอย่าถามตัวเองและคนอื่นด้วยคำว่า "ทำไม"....!!!


3."อกเขาอกเรา"...คนบางคนคิดถึงแต่ตัวเองจนลืมคนรอบข้าง..คนบางคนแคร์ตัวเองเกินไปจน เหมือนคนโง่..ฉะนั้น การคิดถึงอกเขาอกเรา การไม่คิดถึงตัวเองมากเกินไป ไม่คิดถึงแต่คนอื่นมากเกินไป มันก็เป็นสิ่งที่ควรทำสำหรับการอยู่ร่วมกันของคนเราในสังคม..พยายามสร้างความสมดุล ระหว่างมันบนพื้นฐานของ ความเป็นจริงแล้วสังคมจะสงบ สุขขึ้น!!!!

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

ปรุงแต่งความคิด

ความสุข ความทุกข์ ความอ่อนแอ ความเข้มแข็ง หรือ ทุกสิ่งอย่าง..ล้วนแต่อยู่ที่ความคิดของเราทั้งสิ้น..ว่าเราจะปรุงแต่งความคิดไปในทิศทางไหน..

หากเราคิดว่าเราจะ ต้องเข้มแข็งให้ได้ สมองก็จะสั่งร่างกายและจิตใจให้ทำตามสิ่งที่เรา
คิด

แล้วคุณจะเข้มแข็ง ขึ้นเอง..


ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่
ที่ว่า...เราเลือกที่จะคิดอย่างไร เลือกที่จะทำมันหรือไม่...
คนที่ไม่ยอมรับความจร
ิง..ก็เหมือนคนที่หลอกตัวเองเพียงเพื่อให้ เรามีความสุขเท่านั้น..

แต่อย่างไรก็ตาม...การทำให้ตัวเองมีความสุขไม่ใช่เรื่องผิด
ทำในสิ่งที่ทำแล้วตัวเองมีความสุขเหอะครับ...เพราะว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อยจิงมั้ย

...คนเ
ราเกิดมาก็ไม่อยากเป็นใช้ชีวิตอย่างทุกข์!!!...


CREDIT BY MYSELF

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

ชีวิตหลากสี

ชีวิตคนเรามีหลากหลายสี..
บางคน..คิดว่าตัวเองเปรียบเสมือนสีแดง..เป็นคนอารมณ์ดี และเชื่อความคิดของตนเองมาก นิยมการท่องเที่ยวและสังสรรค์ ปลื้มกับการได้ถูกใส่ใจจากคนอื่น

บางคน..คิดว่าตัวเอง
เปรียบเสมือนสีขาว..เป็นคนซื่อสัตย์ ใครที่ได้อยู่ใกล้ชิดจะรู้สึกอบอุ่น และคุณเองก็ต้องการให้คนอื่นมาสนใจ และมองเห็นความสำคัญของตัวคุณด้วย

บางคน...คิดว่าตัวเอง
เปรียบเสมือนสีดำ..เป็นคนฉลาด งามสง่า มีเสน่ห์ แต่แฝงด้วยความลึกลับ คุณจะไม่ชอบ ให้ใครมาจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว ภายนอกดูน่าเกรงขาม พูดน้อย แต่ส่วนลึกแล้วคุณเป็นคนค่อนข้างใจดี

ฉะนั้น ถ้ามองและตรองดูให้ดี คุณจะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว "ชีวิตคนเรามีหลากหลายสี" บางอารมณ์ก็อยากเป็นสีแดง..บางอารมณ์ก็อยากเป็นสีดำ

คนเรามีทั้งข้อดีและข้อเสีย..
ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับว่า.....
เราจะเลือกเป็นอะไร...คนดีหรือคนเลว
เลือกที่จะคิด...แง่บวกหริือลบ

"ต่างคนต่างความคิด ต่างคนต่างมุมมอง ต่างคนต่างทัศนคติ"

ในทางกลับกัน...ในแง่ของความรัก
ถ้าคุณคิดว่า...คนคนนี้แหละ คือ คนที่คุณ "รัก" ....
จงเลือกมองสิ่งที่ดีในตัวเขา..
จงเลือกที่เข้าใจข้อเสียในตัวเขา..
จงเรียนรู้และพร้อมที่จะเข้าใจในสิ่งที่คนที่คุณรักเป็น (ปรับความเข้าใจซึ่่งกันและกัน)


วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

ความเงียบ

"คนส่วนใหญ่นึกว่าเราจะต้องพูดเพื่ออธิบาย ต้องพูดเพื่อให้คนอื่นเข้าใจ แต่ความเงียบสามารถสื่อสารได้ดีกว่าคำพูดด้วยซ้ำไป"

CREDIT BY:
ทศพร กลิ่นหอม